2005/Sep/20

คลาสเรียนว่ายน้ำของเก็นเมื่อวันศุกร์ผ่านไปอย่างไม่มีปัญหา จากที่ป๋าร้องไม่อยากไปก่อนออกจากบ้าน กลายเป็นร้องอยากไปอีก อยากไปอีก พี่แกคงมีความสุขกับการว่ายน้ำ เล่นน้ำ เดือนละสี่ครั้ง สองพันเองค่ะลูก ขืนไม่มีความสุขสิเอ็ง

ถ้าอยู่บ้านเรา การจับลูกเรียนอะไรสักอย่าง ราคาเดือนละสองพัน มันฟังดูไม่เยอะเลยเนอะ เป็นอะไรที่จ่ายได้ แต่ทำไมอยู่ญี่ปุ่นแล้วชั้นรู้สึกว่ามันแพ๊ง แพง คิดดูสิ ถ้าไปจิมโบรี ตามห้างบ้านเรา หนนึงก็หลายร้อยเหมือนกันนะ แต่ทำไมไม่ค่อยรู้สึกสะดุ้งสะเทือนอย่างนี้ฟะ

อยู่ญี่ปุ่นนานๆ แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น "โรคคนจน"

ไม่ได้กระแดะ แต่เป็นจริง เสียดายไอ้โน่นไอ้นี่ ไอ้โน่นแพง ไอ้นี่แพง ด้วยความที่ทุกอย่างมันแพงไปหมด ทำให้เสียดายตังค์และงกกระหน่ำ หรือเป็นเพราะชั้นไม่มีรายได้ด้วยหว่า ต้องใช่แน่เลย สมัยก่อนตอนยังไม่มีลูก ทำงานทั้งคู่ พอเลิกงานค่ำวันศุกร์ ชั้นจะนัดโทชิไปเจอตามชิบูย่า อาโอยาม่า เพื่อจะหาอะไรอร่อย กิ๊บเก๋กินก่อนกลับบ้าน ข้าวกลางวันก็กินซะหรู ไม่เค๊ย ไม่เคยทำข้าวกล่องไปกิน

แล้ววันนี้เป็นไงล่ะ ขี้เกียจจะพูด คำนวณมันทุกบาททุกสตางค์ ไปเที่ยวนอกบ้านก็ทำข้าวกล่องไปกิน หอบกระติกน้ำไป พกขวดน้ำไปด้วย สารพัด อืมม แต่คนญี่ปุ่นเค้าก็ทำงี้กันทั้งนั้นเลยนะ ว้า ตกลงนี่ชั้นงก หรือชั้นรับวัฒนธรรมเค้ามาวะนี่ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมมันแอบตีกันนิดๆ ในใจ

เฮ้ย ออกนอกเรื่องไปไกลเลยวุ้ย เรื่องแม่กับการจับลูกเรียน โดยพื้นฐานชั้นไม่ค่อยจะชอบหรอก ฟังดูสงสารลูกจัง ที่ต้องมานั่งเรียนไอ้โน่นไอ้นี่ แต่ชั้นมีปมสมัยเด็กอยู่อันหนึ่ง เวลาจะสมัครโครงการ หรือทำอะไร เค้าจะมีช่องให้เรากรอก "ความสามารถพิเศษ" ซึ่งเค้าก็จะเขียนกันว่า รำไทย ดนตรีไทย ว่ายน้ำ ร้องเพลง อะไรทำนองนี้ แต่ชั้นไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะไม่เคยทำอ้ายที่เค้าฮิตเขียนกันสักอย่าง ชั้นสับสนไม่รู้ว่าความสามารถพิเศษของตัวเองคืออะไรจนเรียนจบ เวลาต้องกรอกช่องนี้ก็จะหงุดหงิด ทำไมยะ ถ้าชั้นกรอกช่องนี้ไม่ได้ ชั้นจะสมัครโครงการเธอไม่ได้หรือไง จะเป็นแฮนดิแคปรึเปล่า

แล้วชั้นก็เรียนจบมาโดยไม่มี "ความสามารถพิเศษ"

ตอนนี้เลยมาคิดว่า จะให้เก็นกับไหมได้ลองเรียนอะไรหลายๆ อย่างดูดีมั้ย ไม่ใช่จะให้ลูกได้เรียนแทนชั้น แต่อยากให้ได้รู้จัก ได้ลองเยอะๆ จะได้รู้ว่าตัวเองสนใจอะไรนิ ไม่ลองไม่รู้ แต่โทชิโอะบอกว่าไม่เห็นจำเป็น แต่ชั้นอยากอ่ะ ต๊าย นี่ชั้นต้องกลายเป็นแม่ที่จับลูกอัดเรียนไปแล้วแน่ๆ

แต่อยากให้ลูกได้ลองอ่ะ

อู๊วววว เอาไงดี ต่อจากว่ายน้ำ ลองดนตรีกันนิดนึงมั้ยลูก

แล้วววว โทชิโอะจะจ่ายไหวมั้ยเนี่ย

แล้วววว ไหมจะยอมมั้ยเนี่ย ที่ต้องไปนั่งดูเก็นเรียนคนเดียวอีกแย้ว


edit @ 2005/09/20 08:44:54

2005/Sep/15

เมื่อวานพาลูกไปข้างนอก อากาศร้อนชิบ

วันนี้อยู่บ้าน ไม่มีแดด อุณหภูมิหายไปหก เจ็ดองศา จาก 34 เหลือไม่ถึงสามสิบองศา ลมพัดเย็น ได้กลิ่นหอมของฤดูใบไม้ร่วงโชยมาเบาๆ อะไรกันค๊า ทำไมไม่เย็นตั้งแต่เมื่อวานล่ะคะคุ๊ณณณณ

อากาศน่าสบาย แต่วันนี้วิยะเปื่อย หัวมึนตึ้บ ตัวรุมๆ ไม่สามารถไล่บ่นลูกหมาสองตัวได้เช่นปกติ กลายเป็นแม่ยักษ์สิ้นฤทธิ์ นอนอ่านหนังสือแปลชิกลิททั้งวัน ตอนกลางวันลุกมาทำกับข้าวให้เก็นกับไหมกินไม่ไหว เลยอุ่นข้าว เอามีตบอลเทให้กิน สบายไปหนึ่งมื้อ และเนื่องจากวันนี้แม่ไม่สบาย ทำให้เป็นวันพิเศษ จะดูการ์ตูนกี่เรื่องก็ได้ไม่อั้นอนุญาตพิเศษหนึ่งวัน

ตอนเย็น ปล่อยให้เก็นลงไปเล่นข้างล่างกับเพื่อน แล้วฉันไปหุงข้าว กะลังปั้นข้าวปั้นใส่แซลมอน มือมีแต่ข้าวเต็มไปหมด แล้วยังต้องระวังนังไหมที่เอาเก้าอี้มาปีน เกาะครัว ยื่นมือมาขโมยแซลม่อนคลุกซีอิ๊วเป็นระยะ ปากก็พูดอยู่คำเดียว

"ชิม หน่อย"

"ไม่เอานะไหม หม่าม้ากำลังทำอยู่ รอให้ทำเสร็จก่อนสิ แล้วจะกินเท่าไหรไม่ว่าเลย"

"ชิ้มมมมมมม" เจ๊ร้องเสียงสูง ลากยาวถึงปากซอย อารมณ์เสียที่ไม่ได้ "ชิม" ก็ชั้นให้เธอชิมไปสองรอบแล้วนี่หว่า มากกว่านี้เค้าไม่เรียกชิมแล้วเว้ย อีหนูน้อย

ระหว่างนั้น เก็นเข้าบ้านมา ไม่ยอมถอดรองเท้า นอนลงที่ผ้าเช็ดเท้าร้องหิวน้ำ แต่แม่กะลังปั้นข้าวเต็มมือ แล้วยังต้องกันไหมอีก ไม่สามารถเอาน้ำไปเสิร์ฟถึงประตูบ้านได้ เลยตะโกนเรียกให้เข้ามากินเอง แต่เก็นไม่ยอม เลยมีการโต้เถียงกันตามเคย คาดว่าได้ยินไปสามบ้านแปดบ้าน

"หม่าม้า ขอกินน้ำหน่อย" เก็นตะโกนมาจากหน้าบ้าน

"หม่าม้ามือเลอะ เอาไปให้ไม่ได้หรอก เก็นเข้ามากินสิ" ฉันตะโกนไปจากในครัว

"โอ๊ย หิวน้ำจะตายอยู่แล้ว"

"เอ๊ะ ก็บอกแล้วไงว่าไปไม่ได้ ถ้าจะกินน้ำก็เข้ามา ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องกิน" วันนี้เจ๊ปวดหัว ความหงุดหงิดเลยตู้มง่ายหน่อย

บลา บลา บลา สรุปว่าเก็นไม่เข้ามา แล้วฉันก็ไม่ออกไป สุดท้ายได้ยินเสียงเก็นออกไปเล่นใหม่อีกรอบ

อีกครึ่งชั่วโมง ฉันลงไปตามเก็นมากินข้าว เพื่อนบ้านชี้ให้ดูว่าเก็นตัวเปียกโชก ไม่รู้ไปทำอะไรมา ระหว่างเดินกลับบ้าน ฉันเลยถามว่าเก็นไปทำอะไรมา ทำไมตัวเปียก

"อ๋อ พี่เก็นกินน้ำ"

"กินน้ำ กินน้ำอะไรที่ไหนน่ะเก็น" ก็แถวนั้นมันมีน้ำให้กินที่ไหนกัน

"หม่าม้าตามมาสิ" แล้วพี่เก็นก็เฉลยที่กินน้ำของเขา พี่แกพาฉันไปที่สายยางต่อจากก๊อกตรงที่ทิ้งขยะ ที่เค้าเอาไว้ฉีดล้างพื้นหลังจากรถมาเก็บขยะไปแล้ว

เวรกรรม ตกลงว่าชั้นใจโหดใช่มั้ยเนี่ย ไม่ให้ลูกกินน้ำ จนลูกต้องมากินจากสายยางที่ทิ้งขยะอย่างนี้ แต่ความจริงฉันไม่รู้สึกแย่หรอก ก็ดูหน้าเก็นสิ ท่าทางภูมิใจออก ว่าหาน้ำกินเองได้ ว่าแต่ถ้าวันหลังฉันไม่เอาข้าวให้กิน พี่แกจะลงไปคุ้ยถุงขยะกินหรือเปล่าหว่า


edit @ 2005/09/15 21:36:39
edit @ 2005/09/15 21:37:13
edit @ 2005/09/15 21:38:17

2005/Sep/14

เบื่อ เบื่อ เบื่อ เบื่อเหลือเกิน อากาศโคตรจะร้อน ไม่อยากออกไปนอกบ้านให้ต่อมเหงื่อทำงานเล้ย ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย นอกจากไปทิ้งขยะหน้าบ้าน หันไปดูไหม ชีไม่เดือดร้อนอะไร เล่นไอ้โน่นไอ้นี่ก๊อกแก๊กไปเรื่อยของชี ดูมีความสุขปกติ แต่พอหันไปดูหมูเก็น หูย พลังหมูอ้วนมันล้นปรี่ออกมาตามแขนขา ปล่อยให้ไปเล่นข้างล่างคนเดียว ก็ดูเหงาๆ วิ่งกลับบ้านมาเร็วทุกที

นังแม่เองก็ หลังจากเก็บเนื้อเก็บตัวมาหลายวัน เริ่มเซ็งตัวเองเหมือนกัน วันนี้นั่งคิดในใจ "ชั้นเป็นสัตว์สังคม ขอสังคมให้ชั้นหน่อยโว้ย" พอดีว่าพี่เก็นมาเกาะแขนร้องจะไปพิพิธภัณฑ์รถไฟรถเมล์ ฉันเลยโอเคทันที (ถึงวันนี้อากาศจะร้อนสบัดก็เถอะ)

ระหว่างอยู่บนรถเมล์ ฉันได้ความคิดใหม่ หลังจากเที่ยวพิพิธภันฑ์ กินข้าวเสร็จ ก็พาสองเสือนั่งรถไฟไปสถานีแห่งอารยธรรม นิโกะทามะทันที

วันนี้ฉันพาเก็นไปสมัครเรียนว่ายน้ำที่สปอร์ตคลับใกล้สถานี ที่นี่มีคอร์สสำหรับเด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงนักกีฬามืออาชีพ ไปถึง คอร์สรุ่นเก็นกำลังเริ่มเรียนพอดี เป็นโอกาสงามที่จะได้ดูว่าเค้าเรียนกันยังไง เพราะรอบสระเป็นกระจกให้หม่อมแม่ทั้งหลายเอาหน้าไถกระจกเฝ้าชมความเป็นอัจฉริยะทางกีฬาของลูกตัวเอง

ฉันก็อยากดูเหมือนกัน แต่เวรกรรม น้ำแอ๊ปเปิ้ลเย็นเฉียบที่กินที่พิพิธภัณฑ์ทำให้เก็นท้องเสีย ไหลจู๊ดตั้งสองรอบ ฉันเลยได้แต่นั่งเฝ้าเก็นในห้องน้ำร้อนอับแทน กว่าจะเสร็จธุระสองรอบซ้อน ก็ทำเอาเหงื่อท่วมเชียว เอ็งเอ๋ย ออกมายืนดูเด็กๆ น่าร๊ากได้ไม่ถึงนาที อุแม่เจ้า ยายสมสมัย หล่อนก็ท้องเสียกับเค้าด้วยเหรอเนี่ย กลิ่นเปรี้ยวมาก แค่ได้กลิ่นก็สงสารท้องแล้ว สามเราเลยได้กลับไปทัศนศึกษากันในส้วมอีกรอบ

เสร็จออกมา ฉันแทบหมดลม นี่จะได้ดูเค้าว่ายน้ำกันมั้ยคะ คุณลูก

แต่ออกมาแล้วก็ยังต้องฝ่าฟันฝูงคุณแม่ที่เกาะกระจกโบกมือให้ลูกตัวเองอีกเป็นตับ ไม่ต่ำกว่าสี่สิบคน แล้วไม่รู้เป็นไง อีนังแม่แถวนี้ เสียงซู้ง สูง ซึ่งฉันเกลียดมาก เนื่องจากความกระแดะของแม่บ้านจะแสดงออกทางโทนเสียงเป็นส่วนใหญ่ คนไหนห้าวนี่ เสียงต่ำมาเลย แต่คนไหนแด๊ะแดะนี่ เสียงแสบไปถึงทวาร ฟังแล้วปวดหู

เฮ้อ ช่างสมกับเป็นนิโกะทามะจริงๆ

ก็แถบนี้เป็นย่านแม่บ้านไฮโซ หรืออยากไฮโซ ไม่ค่อยมีคู่หนุ่มสาวแบบวัยซ่ามาเดินเกะกะแบบแถวชิบูย่า ไม่มีมนุษย์เงินเดือนตัวเหม็นเหมือนชิมบาฉิ ไม่มีคนเดินสูบบุหรี่เหมือนชินจูกุ

แต่แถวนี้มีแต่ผู้หญิง โสด สาว แก่ แม่บ้าน คุณนาย เดินกรุยกรายกันให้พล่าน นัยว่าเป็นแถบชัอปของคนมีตังค์และมีรสนิยม คล้ายเอ็มโพเรียมบ้านเรา สักเกือบครึ่งเป็นผู้ดีมีเงินจริงๆ อีกค่อนหนึ่งเป็นคนอยากมี (ฉันอยู่กลุ่มนี้แน่นอน) เป็นที่ๆ สามารถพบเจอผู้ดี ที่หาได้ยากยิ่งในญี่ปุ่น จะเจอคนที่แต่งตัวเรียบแต่มีราศีบรรเจิด โดยไม่ต้องปะโบกด้วยหลุยส์วิตตอง หรือดองมาในเครื่องแบบตราชาแนล ชอบจริงๆ ดูแล้วเจริญหูเจริญตา เห็นแล้วมีความใฝ่ฝันในชีวิต

ต้องบอกไว้ก่อนว่าฉันเนี่ย โคตรจะเลือกคบคนเลยนะ หลังจากที่คิดผิดว่าตัวเองเป็นเพื่อนเป็นพี่ได้กับทุกคน แต่หลังๆนี่ รู้แล้วว่าชั้นเลือกคบ โดยจะคบเฉพาะคนที่มี "หัวสมอง" มีความคิดกว้างไกล คุยด้วยแล้วเจริญสมอง หูย ยิ่งคนที่เก่งโคตรจะเก่งนะ ฉันยิ่งชอบ นัยว่าจะเป็นแหล่งพลังงานให้ฉันสูบเอามาเป็นเยี่ยงอย่างในชีวิตแต่ก็ใช่ว่าก่อนจะคบต้องมานั่งนับคุณสมบัติ แค่คุยก็รู้แล้วว่าใคร "คลิก" "ไม่คลิก"

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนิโกะทามะคะคุ๊ณ อ๋อ ก็เพราะมันเป็นที่ๆฉันจะได้สูบซับเอาความเป็นคนจริงจากคนที่ "มี" จริงน่ะสิ ที่ผ่านมา กิ๊กก๊อกอย่างเราได้แต่เดินตามย่าน "พื้นๆ" เราก็เห็นแต่อะไร "พื้นๆ" แล้วเราก็ซึมซับเอาความ "พื้นๆ" จนกลายเป็น "คนพื้นๆ" ไปโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าคนกิ๊กก๊อกอย่างเรา ค่อยๆ ซึมซับเอาความ "ไม่พื้น" สักวันฉันคงเป็น "คนพิเศษ" ในประเทศที่โคตรจะเท่าเทียมกันนี้ได้ ที่ว่าไปไม่ใช่เพราะกระแดะ (หรือใครจะว่า) แต่ฉันว่าเป็นความใฝ่สูงว่ะ ฉันใฝ่สูง น่าสนุกจะตายที่จะเห็นตัวเองค่อยๆ สูงขึ้น อาจเป็นฝันกลางวัน แต่สักวันมันต้องเป็นจริงเว้ย

โปรเจ็กในใจวันนี้ ทำร้านรับจ้างซักผ้าดีไหมเอ่ย

สเต็ปเล็กๆ แต่ต้องไปแอบมองหาความเป็นไปได้ก่อน เนื่องจากคุณสมบัติฉันนี่ สะดวกในการทำงานเหลือเกิน มีลูกต้องดูเองสองคน สามีทำงานกลับบ้านตีหนึ่งทุกวัน แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำได้วะ อันนี้ต้องค่อยๆ คิด

อันที่จริง ฉันเคยบอกโทชิโอะไว้ว่าจะเลี้ยงลูกเป็นแม่บ้านจนถึงอายุสามสิบห้า แต่วันนี้ยังไม่สามสิบสาม เหลือเวลาอีกสองปีกว่า แล้วชั้นจะรีบไปทำไมเนี่ย

เอ๊ะ แล้วที่ว่าไปมันเกี่ยวกับการเรียนว่ายน้ำของเก็นตรงไหน

เอาเป็นว่าศุกร์นี้เริ่มเรียนวันแรก เก็นจะว่ายน้ำได้หรือไม่ อีแม่จะทนเสียงปวดหูของแม่คนอื่นได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นแม่เสียงสูงไปด้วย โปรดติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆ เด้อ


edit @ 2005/09/14 15:18:11
edit @ 2005/09/14 15:19:30